องค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า
โครงสร้างอบต.
อำนาจและหน้าที่ของอบต.
ประวัติ อบต. ข้อมูลทั่วไป
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภา อบต.
ฝ่ายปกครอง
อัตรากำลังของ อบต.
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
หน่วยงานในพื้นที่
แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ
คู่มือประชาชน อบต.สบแม่ข่า
รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2558
ร้องเรียนความไม่เป็นธรรมด้านทรัพยากรบุคคล
การจัดการองค์ความรู้ในองค์กร
มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในระบบแท่ง
การแต่งกายของข้าราชการสำหรับงานรัฐพิธี
การเขียนหนังสือราชการ
การบริหารจัดการขยะในองค์กร
     
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลสบแม่ข่า
 
 
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
     
     
     
 
 
 
สถานที่ท่องเที่ยว
 

 
 

สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้น <16/03/50>

ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านท่าศาลา ต.สบแม่ข่า

         พระเจ้าอมลิ้น  เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ ที่มีลักษณะเด่นคือ ฝีพระโอษฐ์ของพระพุทธรูป จะเปิดยิ้มให้เห็นพระชิวหาเล็กน้อย ชาวบ้านจึงพากันขนานนามว่า พระเจ้าอมลิ้น เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเขตอำเภอหางดง ปัจจุบัน พระเจ้าอมลิ้นประดิษฐานอยู่ที่สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้น บ้านท่าศาลา ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

          พระเจ้าอมลิ้นนั้นไม่มีที่มาที่ไปโดยแน่ชัด แต่มีผู้แก่ผู้เฒ่าเล่าสืบต่อกันมาว่า ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่มีพระนามว่า พระเมืองแก้ว โดย พระเมืองแก้ว ได้พาเสนาอำมาตย์ และนางสนมทั้งหลายจำนวน 156 คน เสด็จประภาสไปนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง  โดยเสด็จด้วยขบวนม้า หรือบางครั้งก็ใช้ขบวนช้าง  เป็นพาหนะในการเดินทาง ในแต่ละครั้งพระเมืองแก้วจะประทับแรมระหว่างทางตรงจุดที่ค้นพบพระเจ้าอมลิ้นนั้น ซึ่งแต่ก่อนเป็นป่าหญ้าคา อันร่มเย็น  มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นมากมาย เหมาะที่จะหยุดพักขบวนเพื่อเสวยพระกระยาหารและประทับแรม จนกระทั่งครั้งที่ 19 ในการเสด็จไปนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง พระเมืองแก้วได้บรรทมและนิทราว่า  ‘พระจันทร์ลอยต่ำลงมาหาท่าน พระเมืองแก้วได้เสวยพระจันทร์ดวงนั้นเข้าไปจดหมด’  พอรุ่งเช้าจึงได้เรียกปุโรหิตประจำพระองค์ซึ่งมีนามว่า ปู่หนานมหาวโน (ปู่หนาน = ทิด) เพื่อเล่าความฝันให้ฟัง   ทางฝ่ายปุโรหิตนั้น เมื่อได้ฟังแล้วก็ได้ตีความนิมิตหมายพระสุบินของพระเมืองแก้วออกมาว่า พระเมืองแก้วจะเป็นผู้รู้แจ้งในศีลธรรม(ผู้แตกฉานในศีลธรรม) พระองค์ได้ประทับ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อทรงสุบินก็เป็นนิมิตหมายว่า สมควรที่จะสร้างเป็นวัดเพื่อมวลมนุษย์จะได้มาทำบุญทำทานปฏิบัติศีล ภาวนา เสริมสร้างบารมี ให้แก่พระองค์สืบไป

          ครั้นเมื่อพระเมืองแก้วทราบความดังกล่าว ท่านจึงได้แจ้งเหล่าเสนาอำมาตย์ที่ตามเสด็จให้รับทราบถึงการสร้างวัดตามประสงค์ บรรดาเหล่าเสนาอำมาตย์เมื่อทราบพระประสงค์ ก็มีความรู้สึกปิติยินดีร่วมอนุโมทนาสาธุ  เมื่อพระเมืองแก้วเสด็จกลับถึงพระราชฐาน  ก็ได้มีดำริให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา

          พระเมืองแก้ว และเหล่าผู้มีจิตศรัทธา พร้อมด้วยพระสงฆ์ได้ร่วมกันตั้งชื่อวัดที่สร้างเสร็จว่า “วัดจันโทมณีโชติยาราม” หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วัดจั๋นโท” โดยตั้งชื่อมาจากพระสุบินที่พระเมืองแก้วได้เล่าให้ปุโรหิตฟังว่า มีพระจันทร์ลอยต่ำลงมา  ต่อมาวัดแห่งนี้ก็มีความเจริญรุ่งเรืองจนถึงกาลเสื่อมโทรมลงตามยุคสมัยเป็นลำดับ

          ในปัจจุบัน  ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมปฏิสังขร องค์พระพุทธรูป พร้อมทั้งสร้างสำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้นขึ้น เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

          เนื่องจากว่า สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้นนั้นตั้งอยู่บนที่ดินส่วนบุคคล ที่เจ้าของทรัพย์ได้บริจาคที่ดินส่วนนี้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มีพื้นที่จำนวนจำกัด  ไม่สามารถขยายอาณาบริเวณได้ซึ่งตามกฎระเบียบของมหาเถระสมาคม ได้กำหนดไว้ว่า หากจะจัดสร้างวัดขึ้น พื้นที่ต้องไม่ต่ำกว่า 6 ไร่  วัดจันโทมหาโชติยาราม ในอดีตนั้น ปัจจุบันจึงเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 งานเศษ หากแต่มีผู้ศรัทธาได้ร่วมกันทอดผ้าป่าและจัดงานเทศมหาชาติเป็นประจำอยู่ทุกปี



 
     

 


 
 
Copyright 2007-2017 โดย องค์การบริหารส่วนตําบลสบแม่ข่า - http://www.sobmaekha.go.th, ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า
หมู่ 3 ต.สบแม่ข่า อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230, เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
เริ่ม 16 มีนาคม พ.ศ.2550