องค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า
โครงสร้างหน่วยงาน
อำนาจและหน้าที่ของอบต.
ประวัติ อบต. ข้อมูลทั่วไป
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภา อบต.
ฝ่ายปกครอง
อัตรากำลังของ อบต.
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
หน่วยงานในพื้นที่
แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ
คู่มือประชาชน อบต.สบแม่ข่า
รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2558
ร้องเรียนความไม่เป็นธรรมด้านทรัพยากรบุคคล
การจัดการองค์ความรู้ในองค์กร
มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในระบบแท่ง
การแต่งกายของข้าราชการสำหรับงานรัฐพิธี
การเขียนหนังสือราชการ
การบริหารจัดการขยะในองค์กร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แผนการดำเนินงาน
พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ
     
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลสบแม่ข่า
 
 
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
     
     
     
 
 
 
สาระน่ารู้
 

 
 



โรคเอดส์ <08/06/61>

เอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome: AIDSเป็นภาวะป่วยขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ที่ไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจนไม่สามารถต่อสู้กำจัดการติดเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย จึงเกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาเอดส์ให้หายขาด มีเพียงแต่ยาที่ช่วยชะลอการพัฒนาโรคและลดอัตราการเสียชีวิตจากเอดส์ หากผู้ติดเชื้อรู้ตัวและได้รับการรักษาแต่แรกเริ่ม ก็อาจช่วยไม่ให้การติดเชื้อเอชไอวีลุกลามไปสู่ระยะที่เป็นเอดส์ได้

อาการของเอดส์

เอดส์เป็นภาวะป่วยขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะแรกเริ่มติดเชื้อ จะมีอาการ เช่น มีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
  • ระยะอาการสงบ มักจะไม่มีอาการแสดงที่เด่นชัด หรือแทบจะไม่มีอาการป่วยเลย แต่ยังคงมีเชื้อพัฒนาอยู่ภายในร่างกาย
  • ระยะเอดส์ เป็นระยะที่ภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนเสียหายหนัก ทำให้เกิดการติดเชื้อและเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยเอดส์มีอาการสำคัญ เช่น มีไข้อยู่ตลอดเวลา เหนื่อยล้า หมดแรง น้ำหนักลด มีเหงื่อไหลตลอดทั้งคืน ท้องร่วงเรื้อรัง มีฝ้าสีขาว หรือแผลบริเวณลิ้นและปาก

สาเหตุของเอดส์

เอดส์เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวทำงานบกพร่อง โดยเชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการรับของเหลวอย่างเลือด และผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ การติดเชื้อจากแม่สู่ลูกผ่านการตั้งครรภ์ การคลอด การให้นม การใช้เข็มฉีดยาหรือสิ่งของที่มีเลือดและของเหลวของผู้ที่ติดเชื้ออยู่ เป็นต้น

การวินิจฉัยเอดส์

การตรวจหาเชื้อเอชไอวีและเอดส์ทำได้ด้วยการเจาะเลือด ซึ่งแบ่งเป็นการตรวจหาปริมาณ CD4 (CD4 Count) เป็นการตรวจเซลล์เม็ดเลือดขาวที่อยู่ในเลือด เพื่อดูความเสียหายที่เกิดจากไวรัสเอชไอวีทำลายเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นที่อยู่ของระบบภูมิคุ้มกัน การตรวจหาปริมาณไวรัสที่อยู่ในเลือด (Viral Load:  VL) และการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส (Nucleic Acid Test: NAT)

การรักษาเอดส์

ในปัจจุบันไม่มียาหรือวิธีการรักษาใดที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปได้ มีเพียงแต่ยาที่จะช่วยชะลอการพัฒนาของโรค คือ ยาต้านเอชไอวี หรือยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretrovirals: ARVs) หากผู้ป่วยได้รับยาตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกที่ได้รับเชื้อ ยาจะออกฤทธิ์ควบคุมไม่ให้ไวรัสมีการแพร่กระจายและพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วยในขั้นที่รุนแรงอย่างเอดส์ โดยการรับประทานยา PEP (Post-exposure Prophylaxis) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นยาฉุกเฉินที่ต้องรับประทานหลังได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย ส่วนวิธีการใช้ยา ต้องรักษาด้วยการใช้ยาต้านร่วมกันหลายตัว (Antiretroviral Therapy: ART)

ภาวะแทรกซ้อนของเอดส์

เนื่องจากเอดส์เป็นภาวะขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของผู้ป่วยเอดส์จะถูกทำลายเสียหายจนไม่สามารถต้านทานต่อโรคและการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น การติดเชื้อราทำให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อปาก ลิ้น หลอดอาหาร หรือช่องคลอด การติดเชื้อไซโตเมกะโลไวรัสที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ระบบทางเดินอาหาร ปอด หรืออวัยวะอื่น ๆ วัณโรค ซึ่งเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียอันตรายเรื้อรังที่ทำลายอวัยวะ โดยเฉพาะปอดและระบบทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเอดส์เสียชีวิตได้

ในระหว่างที่อวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้รับความเสียหายจากการเจ็บป่วย การติดเชื้อที่ลุกลามเหล่านี้ยังสามารถส่งผลกระทบต่อระบบประสาทของผู้ป่วยได้อีกด้วย ทำให้มีอาการอย่างการสับสนมึนงง หลงลืม ซึมเศร้า วิตกกังวล มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หรือมีการแสดงออกทางจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกที่ลดลง

การป้องกันเอดส์

นอกจากจะสามารถป้องกันการพัฒนาโรคหลังได้รับเชื้อไม่ให้พัฒนาไปสู่ภาวะเอดส์ได้ด้วยการรับประทานยาควบคุมอาการอย่างถูกต้องสม่ำเสมอแล้ว วิธีการสำคัญในการป้องกันเอดส์ คือป้องกันไม่ให้ได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย หรือป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายติดต่อไปยังบุคคลอื่น เช่น การรับประทานยา PrEP เป็นการรับประทานยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย ต้องรับประทานยาทุกวันเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ การป้องกันระมัดระวังในเรื่องเพศสัมพันธ์ หากจำเป็นต้องใช้เข็มฉีดยา ต้องใช้เข็มที่สะอาด และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และหากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีเชื้อเอชไอวี ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาหรือรักษาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มา : https://www.pobpad.com/เอดส์



 
 
Copyright 2007-2018 โดย องค์การบริหารส่วนตําบลสบแม่ข่า - http://www.sobmaekha.go.th, ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า
หมู่ 3 ต.สบแม่ข่า อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230, เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
เริ่ม 16 มีนาคม พ.ศ.2550