:
องค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า ยินดีให้บริการ โทรศัพท์ : 053-368405 แฟกซ์ : 053-368006

ชื่อ: สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้น

24 ก.พ. 2565

รายละเอียด:

 

ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านท่าศาลา ต.สบแม่ข่า

         พระเจ้าอมลิ้น  เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ ที่มีลักษณะเด่นคือ ฝีพระโอษฐ์ของพระพุทธรูป จะเปิดยิ้มให้เห็นพระชิวหาเล็กน้อย ชาวบ้านจึงพากันขนานนามว่า พระเจ้าอมลิ้น เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเขตอำเภอหางดง ปัจจุบัน พระเจ้าอมลิ้นประดิษฐานอยู่ที่สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้น บ้านท่าศาลา ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

          พระเจ้าอมลิ้นนั้นไม่มีที่มาที่ไปโดยแน่ชัด แต่มีผู้แก่ผู้เฒ่าเล่าสืบต่อกันมาว่า ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่มีพระนามว่า พระเมืองแก้ว โดย พระเมืองแก้ว ได้พาเสนาอำมาตย์ และนางสนมทั้งหลายจำนวน 156 คน เสด็จประภาสไปนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง  โดยเสด็จด้วยขบวนม้า หรือบางครั้งก็ใช้ขบวนช้าง  เป็นพาหนะในการเดินทาง ในแต่ละครั้งพระเมืองแก้วจะประทับแรมระหว่างทางตรงจุดที่ค้นพบพระเจ้าอมลิ้นนั้น ซึ่งแต่ก่อนเป็นป่าหญ้าคา อันร่มเย็น  มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นมากมาย เหมาะที่จะหยุดพักขบวนเพื่อเสวยพระกระยาหารและประทับแรม จนกระทั่งครั้งที่ 19 ในการเสด็จไปนมัสการพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทอง พระเมืองแก้วได้บรรทมและนิทราว่า  ‘พระจันทร์ลอยต่ำลงมาหาท่าน พระเมืองแก้วได้เสวยพระจันทร์ดวงนั้นเข้าไปจดหมด’  พอรุ่งเช้าจึงได้เรียกปุโรหิตประจำพระองค์ซึ่งมีนามว่า ปู่หนานมหาวโน (ปู่หนาน = ทิด) เพื่อเล่าความฝันให้ฟัง   ทางฝ่ายปุโรหิตนั้น เมื่อได้ฟังแล้วก็ได้ตีความนิมิตหมายพระสุบินของพระเมืองแก้วออกมาว่า พระเมืองแก้วจะเป็นผู้รู้แจ้งในศีลธรรม(ผู้แตกฉานในศีลธรรม) พระองค์ได้ประทับ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อทรงสุบินก็เป็นนิมิตหมายว่า สมควรที่จะสร้างเป็นวัดเพื่อมวลมนุษย์จะได้มาทำบุญทำทานปฏิบัติศีล ภาวนา เสริมสร้างบารมี ให้แก่พระองค์สืบไป

          ครั้นเมื่อพระเมืองแก้วทราบความดังกล่าว ท่านจึงได้แจ้งเหล่าเสนาอำมาตย์ที่ตามเสด็จให้รับทราบถึงการสร้างวัดตามประสงค์ บรรดาเหล่าเสนาอำมาตย์เมื่อทราบพระประสงค์ ก็มีความรู้สึกปิติยินดีร่วมอนุโมทนาสาธุ  เมื่อพระเมืองแก้วเสด็จกลับถึงพระราชฐาน  ก็ได้มีดำริให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา

          พระเมืองแก้ว และเหล่าผู้มีจิตศรัทธา พร้อมด้วยพระสงฆ์ได้ร่วมกันตั้งชื่อวัดที่สร้างเสร็จว่าวัดจันโทมณีโชติยาราม” หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วัดจั๋นโท” โดยตั้งชื่อมาจากพระสุบินที่พระเมืองแก้วได้เล่าให้ปุโรหิตฟังว่า มีพระจันทร์ลอยต่ำลงมา  ต่อมาวัดแห่งนี้ก็มีความเจริญรุ่งเรืองจนถึงกาลเสื่อมโทรมลงตามยุคสมัยเป็นลำดับ

          ในปัจจุบัน  ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสบแม่ข่า ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมปฏิสังขร องค์พระพุทธรูป พร้อมทั้งสร้างสำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้นขึ้น เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

          เนื่องจากว่า สำนักสงฆ์พระเจ้าอมลิ้นนั้นตั้งอยู่บนที่ดินส่วนบุคคล ที่เจ้าของทรัพย์ได้บริจาคที่ดินส่วนนี้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มีพื้นที่จำนวนจำกัด  ไม่สามารถขยายอาณาบริเวณได้ซึ่งตามกฎระเบียบของมหาเถระสมาคม ได้กำหนดไว้ว่า หากจะจัดสร้างวัดขึ้น พื้นที่ต้องไม่ต่ำกว่า 6 ไร่  วัดจันโทมหาโชติยาราม ในอดีตนั้น ปัจจุบันจึงเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 งานเศษ หากแต่มีผู้ศรัทธาได้ร่วมกันทอดผ้าป่าและจัดงานเทศมหาชาติเป็นประจำอยู่ทุกปี


รูปภาพ/ไฟล์เอกสาร